นโยบายและข้อกำหนด
นิยาม
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งนี้ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม
การเคารพสิทธิในความเป็นส่วนบุคคล
1. บริษัทเคารพและให้ความสำคัญถึงสิทธิ ข้อมูลส่วนบุคคล และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และตระหนักดีว่า เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลย่อมมีความประสงค์ที่จะได้รับความมั่นคงปลอดภัยในการให้ข้อมูลแก่บริษัท
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมา อันสามารถบ่งบอกตัวบุคคลของเจ้าของข้อมูลได้ และเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความสมบูรณ์ ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และมีคุณภาพ จะถูกนำไปใช้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัทเท่านั้น และบริษัทจะดำเนินมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นิยาม
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งนี้ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม
การเคารพสิทธิในความเป็นส่วนบุคคล
1. บริษัทเคารพและให้ความสำคัญถึงสิทธิ ข้อมูลส่วนบุคคล และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และตระหนักดีว่า เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลย่อมมีความประสงค์ที่จะได้รับความมั่นคงปลอดภัยในการให้ข้อมูลแก่บริษัท
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมา อันสามารถบ่งบอกตัวบุคคลของเจ้าของข้อมูลได้ และเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความสมบูรณ์ ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และมีคุณภาพ จะถูกนำไปใช้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัทเท่านั้น และบริษัทจะดำเนินมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
1. ในการรวบรวมและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายนี้
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ได้แก่ คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล เพศ วันเกิด ศาสนา สัญชาติ สถานภาพการสมรส ประวัติอาชญากรรม วันที่เริ่มงาน ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ อีเมล หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขบัญชีธนาคาร ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการศึกษาและการอบรม ข้อมูลการทำงานและการประเมินผล รหัสพนักงาน ข้อมูลสุขภาพ เลขบัตรประกันสังคม ใบอนุญาตขับขี่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี รูปถ่าย ภาพเคลื่อนไหว ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน ลายนิ้วมือ อัตลักษณ์ใบหน้า ข้อมูลการเข้าออกเว็บไซต์ (Log Files) และ Cookie ID
3. บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือขณะทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่กรณีต่อไปนี้ไม่จำต้องได้รับ ความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ข้อกำหนดด้านระเบียบ การปฏิบัติตามสัญญา และการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่จำเป็นในการให้บริการของบริษัท
- เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ หรือความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
4. บริษัทจะไม่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งเกี่ยวกับประวัติสุขภาพ ศาสนา ลายนิ้วมือ และอัตลักษณ์ใบหน้า ประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลที่อาจมีผลให้เจ้าของข้อมูลถูกเลือกปฏิบัติ หรือทำให้เสียชื่อเสียง และจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร การส่งเสริมการขาย การวิเคราะห์ข้อมูลการขายเพื่อพัฒนาสินค้าและการให้บริการ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร
5. บริษัทจะรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง และอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นเฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้
- ได้แจ้งถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบแล้ว และ
- ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือกรณีเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามข้อ 3 หรือเป็นข้อมูลที่เป็นสาธารณะ
6. บริษัททำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบกระดาษและข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึง Cloud ที่จำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว
7. บริษัทมีระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลสูงสุดจำนวน 10 ปี นับจากวันที่สิ้นสุดการเป็นพนักงาน หรือวันสิ้นสุดหน้าที่ตามกฎหมายหรือข้อกำหนดจากหน่วยงานกำกับดูแล ยกเว้นข้อมูลทางการค้าที่จะเก็บไว้ตลอดการดำเนินกิจการของบริษัท
8. เมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลแล้ว บริษัทจะทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นด้วยวิธีทำลายสำเนาเอกสารหรือลบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
1. บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ข้อกำหนดด้านระเบียบ การปฏิบัติตามสัญญา และการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่จำเป็นในการดำเนินกิจการและบริหารงานบริษัท
- เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ หรือความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
- เพื่อกิจกรรมทางการตลาดของบริษัท
- เพื่อประโยชน์ในการใช้ปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการของบริษัท
- เพื่อจัดกิจกรรมสำหรับงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์
- เพื่อพิจารณาความสามารถของพนักงานและผู้สมัครงาน
- เพื่อการบริหารจัดการค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์อื่นของพนักงาน
2. บริษัทจะไม่กระทำการใด ๆ แตกต่างจากที่ระบุในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูล เว้นแต่ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้เจ้าของข้อมูลทราบ และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลแล้ว (ตามแต่กรณี)
3. หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบและขอความยินยอม (ตามแต่กรณี)
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
1. บริษัทจะใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากท่านและจะต้องเป็นการใช้ตามวัตถุประสงค์ภายใต้นโยบายนี้เท่านั้น เว้นแต่
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ข้อกำหนดด้านระเบียบ การปฏิบัติตามสัญญา และการปฏิบัติตามเงื่อนไขการให้บริการของบริษัท
- เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ หรือความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
- เป็นกรณีจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อประเมินความสามารถในการทำงานของลูกจ้าง การคุ้มครองแรงงาน และการประกันสังคม
2. บริษัทอาจมีความจำเป็นเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบริษัทในเครือ หรือหน่วยงานรัฐตามกฎหมาย อาทิ กรมสรรพากร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม ธนาคาร เป็นต้น
3. ในกรณีที่บริษัทได้ว่าจ้างบริษัทหรือหน่วยงานอื่นให้ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ การปรับปรุงและดูแลระบบฐานข้อมูล เป็นต้น บริษัทได้กำหนดให้บริษัทหรือหน่วยงานที่ว่าจ้างดังกล่าวเก็บรักษาความลับและความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล โดยก่อนการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทเหล่านั้น บริษัทจะจัดทำบันทึกข้อตกลงกำหนดห้ามมิให้นำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้นอกเหนือจากกิจกรรมของบริษัท
การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล จึงกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เป็นไปตามที่กำหนดในนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมไว้ ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่กับบริษัท
2. สิทธิในการได้รับแจ้งข้อมูลบุคคล
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการได้รับแจ้งข้อมูล วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูล สิทธิของเจ้าของข้อมูล หรือการกระทำใด ๆ ต่อข้อมูลส่วนบุคคล
3. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมอบให้แก่เจ้าของข้อมูลได้ รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทได้
4. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
5. สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการขอให้บริษัททำการลบข้อมูลด้วยเหตุบางประการ
6. สิทธิในการห้ามมิให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเหตุบางประการ
7. สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มอบไว้ให้แก่บริษัทไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น หรือตัวท่านเองด้วยเหตุบางประการได้
8. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเหตุบางประการ
9. สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่เห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิ
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการที่แต่งตั้งตามความในหมวด 5 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2563
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งความประสงค์ข้างต้นให้แก่เจ้าหน้าที่ของบริษัทได้
ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมที่จำเป็นของบริษัท และ/หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถแสดงเหตุอันเหมาะสมได้ บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำร้องขอใช้สิทธิดังกล่าว
อนึ่ง บริษัทอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินการดังกล่าวจากผู้แจ้งความประสงค์
การเปลี่ยนแปลงนโยบายส่วนบุคคล
บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายส่วนบุคคลนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการให้บริการ การดำเนินงานของบริษัท และข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นจากเจ้าของข้อมูล บริษัทจะประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ทราบอย่างชัดเจนก่อนจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลง หรืออาจส่งประกาศแจ้งเตือนให้เจ้าของข้อมูลทราบโดยตรง
ช่องทางการติดต่อ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือแจ้งความประสงค์การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล โปรดติดต่อบริษัทได้ที่:
บริษัท ออนวัลล่า จำกัด
เลขานุการคณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เลขที่ 933 935 937 939 ซอยอ่อนนุช 46 ถนนอ่อนนุช แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กทม. 10250
โทรศัพท์ 02-3220777
โทรสาร 02-3221891
Email: legal@alla.co.th
นโยบายคุกกี้
เว็บไซต์นี้ให้บริการโดยบริษัท ออลล่า จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ออนวัลล่า จำกัด เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้และเครื่องมืออื่นเพื่อช่วยแยกแยะรูปแบบการใช้งานเว็บไซต์ของท่านจากผู้ใช้งานอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้สามารถพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น กรณีที่ท่านใช้งานเว็บไซต์นี้ต่อไป ถือว่าท่านได้ยินยอมให้ติดตั้งคุกกี้ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน
คุกกี้คืออะไร?
คุกกี้คือข้อความขนาดเล็กที่ประกอบด้วยส่วนของข้อมูลที่มาจากการดาวน์โหลดที่อาจถูกเก็บบันทึกไว้ในเว็บเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้งานหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ต (อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตของท่าน) โดยที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์สามารถเรียกดูได้ในภายหลัง คล้ายกับหน่วยความจำของหน้าเว็บ
การทำงานของคุกกี้ ช่วยให้รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านดังต่อไปนี้โดยอัตโนมัติ
- อินเตอร์เน็ตโดเมนและ IP Address จากจุดที่ท่านเข้าสู่เว็บไซต์
- ประเภทของเบราว์เซอร์ซอฟต์แวร์ ตลอดจนโครงสร้างและระบบการปฏิบัติงานที่ใช้ในการเข้าสู่เว็บไซต์
- วันที่และเวลาที่ท่านเข้าสู่เว็บไซต์
- หน้าเว็บที่ท่านเข้า เยี่ยมชม และนำท่านออกจากเว็บไซต์ รวมถึงเนื้อหาบนหน้าเว็บที่ท่านเยี่ยมชมและระยะเวลาที่ท่านใช้ในการเยี่ยมชม
(ข้อมูลคุกกี้ที่ถูกจัดเก็บไว้ภายใน Web Server จะถูกบันทึกไว้เป็นเวลา 90 วัน อ้างอิงตาม พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์)
การใช้งานคุกกี้
ประเภทของคุกกี้ที่ใช้และในการใช้คุกกี้ดังกล่าว ประกอบด้วย แต่ไม่จำกัดเพียง รายการต่อไปนี้
- คุกกี้ประเภทที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง (Strictly Necessary Cookies): คุกกี้ประเภทนี้มีความสำคัญต่อการทำงานของเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึงคุกกี้ที่ทำให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานในเว็บไซต์ได้อย่างปลอดภัย
- คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/วัดผลการทำงานของเว็บไซต์(Analytical/Performance Cookies): คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้สามารถจดจำและนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ตลอดจนช่วยให้ทราบถึงพฤติกรรมในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ เพื่อปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ให้มีคุณภาพดีขึ้นและมีความเหมาะสมมากขึ้น อีกทั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับวิธีการเข้าและพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์โดยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย และช่วยให้เข้าใจถึงความสนใจของผู้ใช้ และวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณา
- คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ (Functionality Cookies): คุกกี้ประเภทนี้ใช้ในการจดจำตัวท่านเมื่อท่านกลับมาใช้งานเว็บไซต์อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้สามารถปรับแต่งเนื้อหาสำหรับท่าน ปรับให้เว็บไซต์ตอบสนองความต้องการใช้งานของท่าน รวมถึงจดจำการตั้งค่าของท่าน อาทิ ภาษา หรือภูมิภาค หรือขนาดของตัวอักษรที่ท่านเลือกใช้ในการใช้งานในเว็บไซต์
- คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาเข้ากับกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies): คุกกี้ประเภทนี้จะบันทึกการเข้าชมเว็บไซต์ของท่าน หน้าเว็บที่ท่านได้เยี่ยมชม และลิงค์ที่ท่านเยี่ยมชม จะใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับให้เว็บไซต์และเนื้อหาใด ๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าเว็บตรงกับความสนใจของคุณมากขึ้น นอกจากนี้ ยังอาจแชร์ข้อมูลนี้กับบุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว และ
- คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Advertising Cookies): คุกกี้ประเภทนี้จะจดจำการตั้งค่าของท่านในการเข้าใช้งานหน้าเว็บไซต์ และนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์เพื่อนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับท่านมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตัวอย่างเช่น การเลือกแสดงโฆษณาสินค้าที่ท่านสนใจ การป้องกันหรือการจำกัดจำนวนครั้งที่ท่านจะเห็นหน้าเว็บไซต์ของโฆษณาซ้ำๆ เพื่อช่วยวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณา
โปรดทราบว่าคุกกี้บางประเภทในเว็บไซต์นี้จัดการโดยบุคคลที่สาม เช่น เครือข่ายการโฆษณา ลักษณะการทำงานต่าง ๆ อาทิ วิดีโอ แผนที่ และโซเชียลมีเดีย และผู้ให้บริการเว็บไซต์ภายนอกอื่น ๆ เช่น บริการวิเคราะห์การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ เป็นต้น คุกกี้เหล่านี้มักจะเป็นคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/วัดผลการทำงาน หรือคุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาเข้ากับกลุ่มเป้าหมาย ท่านควรต้องศึกษานโยบายการใช้คุกกี้และนโยบายส่วนบุคคลในเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการที่บุคคลที่สามอาจนำข้อมูลของท่านไปใช้
การตั้งค่าคุกกี้
ท่านสามารถบล็อกการทำงานของคุกกี้ได้โดยการกำหนดค่าในเบราวเซอร์ของท่าน ซึ่งท่านอาจปฏิเสธการติดตั้งค่าคุกกี้ทั้งหมดหรือบางประเภทก็ได้ แต่พึงตระหนักว่าหากท่านตั้งค่าเบราวเซอร์ของท่านด้วยการบล็อกคุกกี้ทั้งหมด (รวมถึงคุกกี้ที่จำเป็นต่อการใช้งาน) ท่านอาจจะไม่สามารถเข้าสู่เว็บไซต์ทั้งหมดหรือบางส่วนได้
เมื่อใดก็ตามที่ท่านต้องการยกเลิกความยินยอมการใช้งานคุกกี้ ท่านจะต้องตั้งค่าเบราวเซอร์ของท่านเพื่อให้ลบคุกกี้ออกจากแต่ละเบราวเซอร์ที่ท่านใช้งาน
หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการดังกล่าว โปรดเลือกหัวข้อ “ความช่วยเหลือ” ในอินเตอร์เน็ตเบราวเซอร์ของท่านเพื่อศึกษาในรายละเอียดมากขึ้น
หนังสือแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล(Privacy Notice)
เนื่องจาก บริษัท ออลล่า จำกัด (มหาชน) และบริษัท ออนวัลล่า จำกัด บริษัทย่อย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความไว้วางใจ และบริษัทมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เพื่อเป็นการรับรองสิทธิของบุคคลที่จะต้องได้รับความคุ้มครองเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล โดยเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทขอให้ท่านโปรดอ่านเอกสารฉบับนี้เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
1. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล
บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อใช้สำหรับกิจกรรมดังต่อไปนี้
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ข้อกำหนดด้านระเบียบ การปฏิบัติตามสัญญา และการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่จำเป็นในการดำเนินกิจการและบริหารงานบริษัท
- เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ หรือความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
- เพื่อกิจกรรมทางการตลาดของบริษัท
- เพื่อประโยชน์ในการใช้ปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการของบริษัท
- เพื่อจัดกิจกรรมสำหรับงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์
- เพื่อพิจารณาความสามารถของพนักงานและผู้สมัครงาน
- เพื่อการบริหารจัดการค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์อื่นของพนักงาน
2. ฐานในการประมวลผลข้อมูล
บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐาน ดังต่อไปนี้
– ฐานสัญญา (Contract): เนื่องจากท่านต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทเพื่อการเข้าทำสัญญา การปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หากท่านไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคล จะส่งผลกระทบทำให้บริษัทไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับท่านได้ ไม่สามารถกระทำการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของสัญญาได้ ไม่สามารถตรวจสอบงานตามสัญญาได้ ไม่สามารถตรวจสอบความสามารถในการเข้าทำสัญญา และตรวจสอบความเป็นตัวตนของท่านได้ อันเป็นกรณีตามมาตรา 24 (3) ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
– ฐานความยินยอม (Consent): บริษัทอาจเก็บข้อมูลสุขภาพ ลายนิ้วมือ และอัตลักษณ์ใบหน้าอันเป็นข้อมูลชีวภาพ ของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อพิจารณาคุณสมบัติในการรับท่านเป็นพนักงานของบริษัท การบันทึกเวลางาน และการดำเนินงานตามสัญญาที่มีต่อลูกค้า รวมไปถึงการเก็บข้อมูลทั่วไปเพื่อกิจกรรมทางการตลาด การปรับปรุงคุณภาพของสินค้าและการให้บริการ และเพื่อกิจกรรมด้านงานนักลงทุนสัมพันธ์ ทั้งนี้ หากท่านประสงค์จะถอนความยินยอมท่านสามารถติดต่อบริษัทและแจ้งความประสงค์ได้ตาม ข้อ 4. แต่เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญกับการพิจารณาคัดเลือกพนักงาน การบันทึกเวลาทำงาน และการปฏิบัติงานตามสัญญาที่มีต่อลูกค้า หากท่านถอนความยินยอม บริษัทมีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่รับท่านเป็นพนักงาน หรือปฏิเสธการคำนวณเวลาทำงานของท่าน
– ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) : บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการติดต่อสื่อสารและดำเนินงานทางธุรกิจของบริษัท การปฏิบัติตามหน้าที่ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง การดำเนินการเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การดำเนินการเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น อันเป็นกรณีฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 24 (5) ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
– ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) : บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำกับดูแล เช่น พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535, พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กฎหมายอันเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายอื่นภายใต้ข้อบังคับการส่งข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ให้อำนาจศาลสั่งให้คู่ความส่งเอกสารหรือข้อมูลในการพิจารณาคดี เป็นต้น อันเป็นกรณีฐานการปฏิบัติตามกฎหมายตามมาตรา 24 (6) ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทประมวลผล คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล เพศ วันเกิด ศาสนา สัญชาติ สถานภาพการสมรส ประวัติอาชญากรรม วันที่เริ่มงาน ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ อีเมล หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขบัญชีธนาคาร ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการศึกษาศึกษาและะการอบรม ข้อมูลการทำงานและการประเมินผล รหัสพนักงาน ข้อมูลสุขภาพ เลขบัตรประกันสังคม ใบอนุญาตขับขี่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี รูปถ่าย ภาพเคลื่อนไหว ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน ลายนิ้วมือ อัตลักษณ์ใบหน้า ข้อมูลการเข้าออกเว็บไซต์ (Log Files) และ Cookie ID โดยมีระยะเวลาการเก็บรวบรวมสูงสุด 10 ปี นับจากวันที่สิ้นสุดการเป็นพนักงาน หรือสิ้นสุดหน้าที่ตามกฎหมาย หรือข้อกำหนดจากหน่วยงานกำกับดูแล ยกเว้นข้อมูลทางการค้าที่จะเก็บไว้ตลอดการดำเนินกิจการของบริษัท
ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น บริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
อนึ่ง ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) บนเอกสารพิสูจน์ตัวตน เช่น ศาสนา เชื้อชาติ หมู่โลหิต ท่านสามารถปกปิดข้อมูลดังกล่าวได้ และหากท่านส่งเอกสารโดยมิได้ปกปิดข้อมูลข้างต้น บริษัทจะดำเนินการปกปิดข้อมูลนั้นเอง โดยมิให้ถือว่าบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลประเภทข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) จากเจ้าของข้อมูล
4. ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักหรือวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทอาจส่งข้อมูลของท่านไปยังบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกันหรือกลุ่มบริษัทเดียวกัน บริษัทของลูกค้าหรือคู่ค้า หน่วยงานกำกับ หน่วยงานของรัฐบาล หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม กรมสรรพากร กระทรวงแรงงาน สถาบันการเงิน สำนักงานประกันสังคม หรือบุคคลใด ๆ ที่บริษัทต้องเปิดเผยเท่าที่กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด หรือเป็นไปตามคำสั่งศาล
5. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ท่านมีสิทธิ
(1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
(2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย
(3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
(4) สิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
(5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้
(6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
(7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
(8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ
6. การเปลี่ยนแปลงเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทจะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทต่อไป
ดังนั้นกลุ่มบริษัท ออลล่า จำกัด (มหาชน) และบริษัท ออนวัลล่า จำกัด จึงขอแนะนำให้เจ้าของข้อมูลอ่านนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้งที่ใช้บริการหรือดำเนินกิจกรรมใดกับบริษัท โดยสามารถดูได้ผ่านเว็บไซต์ www.alla.co.th และ www.onvalla.com หรือช่องทางอื่นแล้วแต่กรณี
7. รายละเอียดหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือแจ้งความประสงค์การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล โปรดติดต่อได้ที่:
บริษัท ออนวัลล่า จำกัด (บริษัทย่อย)
เลขานุการคณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เลขที่ 933 935 937 939 ซอยอ่อนนุช 46 ถนนอ่อนนุช แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กทม. 10250
โทรศัพท์ 02-3220777
โทรสาร 02-3221891
Email: legal@alla.co.th
ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปการขาย และ ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA)
ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปฉบับนี้ ใช้บังคับกับใบเสนอราคา สัญญา การขาย การติดตั้ง การทดสอบระบบ และการบริการทั้งหมดที่ดำเนินการโดย บริษัท ออนวัลล่า จำกัด สำหรับระบบเครนและรอก, อุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า และระบบโซลาร์เซลล์ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ ข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าวให้ถือเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลผูกพันในการควบคุมและกำกับการดำเนินงานทางการค้าทั้งหมดที่ทำกับออนวัลล่า
หมวด A: ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไป (กรอบการดำเนินงานทางพาณิชย์และกฎหมาย)
- ขอบเขตการบังคับใช้และการจัดหา (Scope of Application & Supply)
การดำเนินการทั้งหมดให้เป็นไปตามเอกสารดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด:
- ใบเสนอราคาที่ได้รับอนุมัติ
- ขอบเขตการจัดหาที่ตกลงร่วมกัน
- เอกสารทางเทคนิคและแบบที่ได้รับอนุมัติ (ถ้ามี)
เฉพาะรายการที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในใบเสนอราคาที่ได้รับอนุมัติเท่านั้นที่ถือว่ารวมอยู่ในขอบเขตงาน รายการบริการหรือคุณสมบัติใดๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้โดยชัดเจนให้ถือว่าไม่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบและภาระผูกพันของออนวัลล่า
- การทำสัญญาและผลผูกพัน (Quotation & Contract Formation)
สัญญาจะมีผลผูกพันตามกฎหมายเมื่อ:
- มีการลงนามในข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกัน หรือมีการออกหนังสือสั่งจ้าง (Letter of Award – LOA)
- บริษัทฯ ได้รับชำระเงินมัดจำตามจำนวนที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา
- นโยบายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (Product Standard Policy)
3.1 การจัดส่งตามมาตรฐาน: อุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกจัดส่งตามรูปแบบมาตรฐานอุตสาหกรรมของผู้ผลิตเว้นแต่จะตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอย่างอื่น ซึ่งรวมถึงวัสดุ การออกแบบ ส่วนประกอบ การตกแต่งผิวและลักษณะการทำงานตามมาตรฐานอุตสาหกรรม การร้องขอเพื่อปรับแต่ง การเปลี่ยนยี่ห้ออุปกรณ์ หรือการเพิ่มคุณสมบัติพิเศษ ต้องได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรและอาจส่งผลต่อการปรับราคาและกำหนดการส่งมอบ
3.2 การตรวจรับตามสมรรถนะ: การตอบรับโครงการจะพิจารณาจากความสอดคล้องตามคุณลักษณะทางเทคนิคที่ตกลงกัน ตลอดจนความสำเร็จในการติดตั้งและการทดสอบสมรรถนะของระบบตามมาตรฐานที่กำหนดเป็นสำคัญ โดยไม่พิจารณาจากความคาดหวังส่วนบุคคล ความชอบส่วนตัว การเปรียบเทียบด้านความสวยงาม หรือข้อสันนิษฐานที่ไม่ได้ระบุไว้ในสัญญามาเป็นเงื่อนไขในการปฏิเสธการรับมอบงาน
3.3 ลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์อุตสาหกรรม: ลูกค้ายอมรับว่าอุปกรณ์และเครื่องจักรอุตสาหกรรมย่อมมีลักษณะการทำงานปกติ เช่น ระดับเสียงการทำงาน การสั่นสะเทือนภายในค่าที่ยอมรับได้ การเคลื่อนตัวของโครงสร้างภายในค่าที่ออกแบบ หรือความแตกต่างเล็กน้อยของผิวงานเหล็กโครงสร้าง ซึ่งลักษณะเหล่านี้ ไม่ถือเป็นข้อบกพร่องหากอุปกรณ์ทำงานได้ตามคุณลักษณะที่ตกลงกัน
- การเปลี่ยนแปลงและงานเพิ่ม (Variations & Changes)
การเปลี่ยนแปลงขอบเขตงาน คุณลักษณะทางเทคนิค หรือกำหนดการโครงการใดๆ ต้องได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการเป็นลายลักษณ์อักษร การเปลี่ยนแปลงที่ได้รับอนุมัติอาจส่งผลให้มีการปรับปรุงมูลค่างานตามสัญญา ระยะเวลาส่งมอบ รวมถึงพารามิเตอร์ทางเทคนิค ทั้งนี้ คำสั่งหรือการร้องขอด้วยวาจา ให้ถือว่าไม่มีผลผูกพันจนกว่าจะจัดทำเอกสารและลงนามยืนยันร่วมกันทั้งสองฝ่าย
- ราคาและเงื่อนไขการชำระเงิน (Pricing & Payment Terms)
- ราคาที่ระบุยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เว้นแต่จะระบุเป็นอย่างอื่น
- เงื่อนไขการชำระเงินเป็นไปตามที่ระบุในใบเสนอราคาอย่างเคร่งครัด โดยออนวัลล่าสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บเงินตามสัดส่วนความสำเร็จของงาน (Progress Billing) หรือตามหมวดหมู่ของงานตามที่ได้ตกลงกัน
- ออนวัลล่าสงวนสิทธิ์ในการระงับงาน การส่งมอบ หรือการให้บริการ ในกรณีที่มีการชำระเงินล่าช้า
- ออนวัลล่าสงวนสิทธิในการเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัดตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ในกรณีไม่ชำระเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด
- มาตรฐานการส่งมอบและการติดตั้ง (Project Delivery & Installation Standards)
การส่งมอบงานและการเสร็จสิ้นโครงการให้ถือตามความสำเร็จของกระบวนการติดตั้ง การทดสอบการใช้งาน (Functional Testing) และการยืนยันการทดสอบระบบ (Commissioning) โดยเกณฑ์การตรวจรับพิจารณาจากประสิทธิภาพการทำงานสอดคล้องตามคุณลักษณะและขอบเขตงานที่ระบุในเอกสาร
- ความล่าช้าและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (Delays & Additional Costs)
หากเกิดความล่าช้าเนื่องจากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า ความไม่พร้อมของพื้นที่ การอนุมัติล่าช้า ข้อกำหนดทางกฎหมาย รวมถึงเหตุสุดวิสัยหรือเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของออนวัลล่า ออนวัลล่าสงวนสิทธิ์ในการขยายระยะเวลางาน โดยกำหนดการโครงการจะถูกปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม และลูกค้าตกลงรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง เช่น:
- ค่าธรรมเนียมการขยายหนังสือค้ำประกันธนาคาร (BG) หรือพันธบัตร
- ค่าธรรมเนียมการขยายความคุ้มครองประกันภัย
- ค่าแรงงานรอหน้างานและค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายบุคลากร
- ค่าเก็บรักษาอุปกรณ์
- การปรับราคาสินค้าและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
- ความเสี่ยงและการจำกัดความรับผิด (Risk & Limitation of Liability)
ความเสี่ยงในความสูญหายหรือความเสียหายจะโอนไปยังลูกค้าเมื่อมีการส่งมอบสินค้า ณ หน้างานหรือเมื่อการติดตั้งแล้วเสร็จ ออนวัลล่า
ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ไม่ว่าทางอ้อมหรือความเสียหายต่อเนื่อง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการสูญเสียผลผลิต การสูญเสียกำไร การหยุดชะงักทางธุรกิจ หรือการเรียกร้องจากบุคคลที่สาม โดยความรับผิดของออนวัลล่าจำกัดเพียงการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่บกพร่องเท่านั้น และความรับผิดรวมสูงสุดจะไม่เกินมูลค่าของสัญญา
- กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินและการหักกลบลบหนี้ (Ownership, Title, and Offsetting Debts)
- การสงวนกรรมสิทธิ์: กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังคงเป็นของ บริษัท ออนวัลล่า จำกัด จนกว่าจะได้รับการชำระเงินครบถ้วนตามจำนวนที่ระบุในสัญญา
- ข้อห้ามในการหักกลบลบหนี้: ห้ามมิให้ลูกค้าหักเงินค่าจ้าง หักค่าใช้จ่าย หรือหักกลบลบหนี้โดยอ้างความเสียหายใดๆ โดยพลการเว้นแต่ได้มีข้อตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร
- เหตุสุดวิสัย (Force Majeure)
ออนวัลล่าไม่ต้องรับผิดชอบต่อความล่าช้าหรือความล้มเหลวในการดำเนินงานเนื่องจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม (เช่น ภัยธรรมชาติ,
การประท้วงหยุดงาน, การดำเนินการของรัฐ, การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน, การขาดแคลนวัสดุ, สงคราม หรือโรคติดต่อ เป็นต้น)
- กฎหมายที่ใช้บังคับ (Governing Law)
ข้อตกลงและข้อพิพาททั้งหมดให้อยู่ภายใต้การบังคับใช้และตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย
หมวด B: ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) (พันธสัญญาด้านการปฏิบัติงาน)
- วันที่มีผลบังคับใช้ (SLA Effective Date)
SLA นี้เริ่มมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่สัญญามีผลหรือเมื่อมีการตกลงซื้อขาย แล้วแต่กรณี
- เวลาทำการปกติ (Standard Business Hours)
- เวลา: 08:00 – 17:00 น. วันจันทร์ถึงวันเสาร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
- นอกเวลาทำการ: การบริการฉุกเฉินนอกเวลาทำการอาจดำเนินการได้โดยขึ้นอยู่กับข้อตกลงเฉพาะรายโครงการ
- คำนิยามการบริการ (Service Definitions)
- ระยะเวลาตอบรับ (Response Time): ระยะเวลานับจากลูกค้าแจ้งปัญหาจนถึงการตอบรับอย่างเป็นทางการครั้งแรกจากออนวัลล่า
- ระยะเวลาแก้ไข (Resolution Time): ระยะเวลาที่ใช้ในการทำให้ระบบกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
- กรณีฉุกเฉิน (Emergency): ระบบหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง หรือเกิดความล้มเหลวที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้
- ระยะเวลาการตอบสนองที่กำหนด (Service Response Commitment)
ระดับการบริการ | ระยะเวลาตอบรับ | เป้าหมายระยะเวลาแก้ไข |
กรณีฉุกเฉิน | ภายใน 2 ชั่วโมง | 4 – 24 ชั่วโมง |
ปัญหาหลัก | ภายใน 8 ชั่วโมงทำงาน | 1 – 2 วันทำการ |
ปัญหาทั่วไป | ภายใน 24 ชั่วโมง | นัดหมายเข้าดำเนินการ |
หมายเหตุ: ระยะเวลาแก้ไขอาจเปลี่ยนแปลงตามการเข้าถึงพื้นที่ ที่ตั้งโครงการ และความพร้อมของอะไหล่
- มาตรฐานบริการแยกตามประเภทสินค้า (Product-Specific Service Standards)
- ระบบเครนและรอก: กรณีฉุกเฉินรวมถึงระบบหยุดทำงานทั้งหมด หรืออุปกรณ์ความปลอดภัยหลักขัดข้อง
- อุปกรณ์ Loading Bay: กรณีฉุกเฉินรวมถึง Dock Leveler หรือประตูไม่สามารถใช้งานได้โดยสิ้นเชิงจนกระทบต่อการขนถ่ายสินค้า
- ระบบโซลาร์เซลล์: กรณีฉุกเฉินรวมถึง Inverter ขัดข้องหรือระบบไม่ผลิตไฟฟ้าทั้งหมด (หมายเหตุ: ความผันผวนของกำลังผลิตตามสภาพอากาศหรือโครงข่ายไฟฟ้าไม่ถือเป็นข้อบกพร่องของระบบ)
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
เพื่อความเชื่อมั่นสูงสุด ออนวัลล่ามีโปรแกรมการบำรุงรักษาที่ครอบคลุมถึงการตรวจเช็คระบบไฟฟ้าและกลไกทดสอบความปลอดภัย และทำรายงานสรุป (ทั้งนี้ ต้องได้รับอนุญาตจากลูกค้าให้หยุดใช้งานอุปกรณ์เป็นระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงต่อหน่วยขณะตรวจเช็ค)
- เงื่อนไขการรับประกัน (Warranty Conditions)
การรับประกันครอบคลุมความบกพร่องจากการผลิตภายใต้การใช้งานปกติภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยการรับประกัน ไม่ครอบคลุมถึง:
- ชิ้นส่วนสิ้นเปลืองและสึกหรอตามสภาพ
- การใช้งานผิดวิธี ผิดขั้นตอน หรือใช้งานเกินพิกัดที่กำหนด
- การดัดแปลงหรือซ่อมแซมโดยบุคคลที่สาม
- การละเว้นหรือไม่ผ่านการบำรุงรักษาเชิงป้องกันตามระยะ
- ปัจจัยภายนอก เช่น กระแสไฟฟ้าผันผวน หรือสภาพแวดล้อมที่รุนแรงเกินกว่าที่ออกแบบไว้
- หน้าที่และความรับผิดชอบของลูกค้า (Customer Responsibilities)
- จัดเตรียมพื้นที่ให้เข้าถึงอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง
- ใช้งานอุปกรณ์ภายในพิกัดและปฏิบัติตามคู่มือความปลอดภัย
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ใช้งานได้รับการฝึกอบรมและได้รับอนุญาตเท่านั้น
- แจ้งปัญหาการใช้งานให้ออนวัลล่าทราบทันที
- ตรวจสอบและลงนามในใบรับมอบงานให้แล้วเสร็จทันที หรือภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากออนวัลล่า หากพ้นกำหนดดังกล่าว ให้ถือว่าลูกค้าได้ตรวจรับมอบงานนั้นโดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว
- การระงับและการยกเลิกบริการ (Service Suspension & Termination)
- การระงับบริการ: ออนวัลล่าสงวนสิทธิ์ในการระงับบริการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมทันทีในกรณีที่มีการค้างชำระเงิน หรือพื้นที่หน้างานมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
- การยกเลิก: SLA ฉบับนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก และให้มีผลใช้บังคับตราบเท่าที่สัญญาหลักยังมีผลใช้บังคับอยู่
- หมายเหตุท้าย “ใบเสนอราคา” (Quotation)
- ราคาที่ระบุยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) / Prices quoted are exclusive of Value Added Tax (VAT).
- ขอบเขตงานรวมเฉพาะรายการที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในใบเสนอราคาฉบับนี้เท่านั้น / The scope of work includes only items explicitly stated in this quotation.
- สัญญาจะมีผลผูกพันเมื่อมีการลงนามร่วมกัน หรือเมื่อได้รับชำระเงินมัดจำตามที่ระบุ / This quotation becomes a binding contract upon mutual signature or receipt of the specified deposit.
- บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการระงับงานหรือการส่งมอบหากมีการชำระเงินล่าช้า / The Company reserves the right to suspend work or delivery in the event of payment delays.
- เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตามขอบเขตงานเสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและลงนามในใบรับมอบงานให้แล้วเสร็จทันที หรือภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้รับจ้าง / Upon completion of the work, the Employer shall inspect and sign the Handover Certificate immediately or within 7 days of notification by the Contractor.
- หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้ว่าจ้างยังมิได้ลงนามในใบรับมอบงาน และไม่มีการแจ้งข้อบกพร่องของงานเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้รับจ้างทราบ ให้ถือว่าผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับมอบงานนั้นโดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว และผู้รับจ้างมีสิทธิเรียกเก็บเงินตามเงื่อนไขการชำระเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาได้ทันที / If the aforementioned period expires without a signed certificate or written notice of defects, the work shall be deemed fully accepted, and the Contractor reserves the right to invoice for payment immediately as per contract terms.
- หมายเหตุท้าย “เอกสารส่งมอบสินค้า / ใบส่งของ” (Delivery Document)
- ความเสี่ยงในความสูญเสียหรือเสียหายในตัวสินค้าจะถูกโอนไปยังลูกค้าเมื่อมีการส่งมอบสินค้า ณ หน้างาน หรือเมื่อการติดตั้งเสร็จสิ้น/ Risk of loss or damage to the goods shall pass to the Customer upon delivery at the site or completion of installation.
- กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังคงเป็นของ บริษัท ออลล่า จำกัด จนกว่าจะได้รับการชำระเงินครบถ้วนตามจำนวนที่ระบุในสัญญา / Title to the goods remains with ALLA Public Co., Ltd. until full payment of the contract price is received.
- หากเกิดความล่าช้าในการส่งมอบหรือติดตั้งเนื่องจากความไม่พร้อมของพื้นที่หรือเหตุจากลูกค้า ลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง / Any delays in delivery or installation caused by site unreadiness or the Customer’s actions shall be the responsibility of the Customer, including all actual costs incurred.
- ลูกค้าต้องจัดเตรียมพื้นที่ให้เข้าถึงอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่องเพื่อให้การส่งมอบและติดตั้งเป็นไปตามแผนงาน / The Customer must provide safe and continuous access to the equipment area to ensure delivery and installation proceed as planned.
- หมายเหตุท้าย “ใบส่งมอบงาน / เอกสารตรวจรับงาน” (Handover Certificate)
- เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตามขอบเขตงานเสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและลงนามในใบรับมอบงานให้แล้วเสร็จทันที หรือภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้รับจ้าง / Upon completion of the work, the Employer shall inspect and sign this Handover Certificate immediately or within 7 days of notification by the Contractor.
- หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้ว่าจ้างยังมิได้ลงนามในใบรับมอบงาน และไม่มีการแจ้งข้อบกพร่องของงานเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้รับจ้างทราบ ให้ถือว่าผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับมอบงานนั้นโดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว และผู้รับจ้างมีสิทธิเรียกเก็บเงินตามเงื่อนไขการชำระเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาได้ทันที / If the aforementioned period expires without a signed certificate or written notice of defects, the work is deemed fully accepted, and the Contractor is entitled to immediate payment according to the contract terms.
- การตรวจรับงานจะพิจารณาจากความสอดคล้องทางเทคนิคและการทดสอบระบบที่สำเร็จ โดยไม่พิจารณาจากความชอบส่วนตัว หรือรอยผิวงานปกติของอุปกรณ์อุตสาหกรรม / Acceptance is based on technical compliance and successful system testing, excluding personal aesthetic preferences or minor surface variations typical of industrial equipment.
- ห้ามมิให้ลูกค้าหักเงินค่าจ้าง หรือหักกลบลบหนี้โดยพลการ โดยไม่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันล่วงหน้า / The Customer shall not withhold payments or set off any amounts without prior written mutual agreement.
- หมายเหตุท้าย “เอกสารการรับประกัน” (Warranty Document)
- การรับประกันครอบคลุมความบกพร่องจากการผลิตภายใต้การใช้งานปกติ โดยจำกัดเพียงการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่บกพร่องเท่านั้น / Warranty covers manufacturing defects under normal operating conditions, limited to the repair or replacement of defective parts.
- การรับประกันไม่ครอบคลุมถึง: ชิ้นส่วนสิ้นเปลือง, การใช้งานผิดวิธี, การดัดแปลงโดยบุคคลภายนอก, การละเว้นการบำรุงรักษา (PM) และปัจจัยภายนอก เช่น กระแสไฟฟ้าผันผวน / Exclusions: This warranty does not cover consumables, misuse, third-party modifications, failure to perform Preventive Maintenance (PM), or external factors such as power surges.
- บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายทางอ้อม เช่น การสูญเสียผลผลิต การสูญเสียกำไร หรือการหยุดชะงักทางธุรกิจ / The Company is not liable for indirect damages, including loss of production, loss of profits, or business interruption.
- บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการระงับบริการภายใต้การรับประกันหรือ SLA ทันที หากมีการค้างชำระเงิน / The Company reserves the right to suspend warranty or SLA services immediately in the event of overdue payments.
- ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) เริ่มมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่สัญญามีผล หรือเมื่อมีการตรวจรับมอบงานสำเร็จ / The Service Level Agreement (SLA) commences upon contract effectiveness or successful handover of the work.

